ผ่าคลอด เพื่อช่วยให้คุณแม่วางแผนการคลอดได้อย่างมั่นใจ

คุณแม่ตั้งท้องหลายคนอาจจะกังวลเมื่อใกล้ถึงเวลาต้องคลอด อาจกลัวเจ็บ กลัวลูกไม่ปลอดภัย ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้น ทำให้คุณแม่มีทางเลือกเพิ่มมากขึ้นในการคลอดลูก ซึ่งหนึ่งในวิธีที่คนนิยมมากก็คือ ผ่าคลอด เพราะเป็นวิธีที่ปลอดภัย สามารถกำหนด วัน เวลาในการคลอดได้เอง การผ่าคลอดจึงเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคุณแม่ยุคนี้

ข้อดีของการ ผ่าคลอด

– กำหนดเวลาได้ ข้อดีของการผ่าคลอดคือสามารถกำหนดเวลาได้ชัดเจนกว่าการคลอดแบบธรรมชาติ คุณแม่สามารถดูฤกษ์และเลือกวันเวลาในการคลอดได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องดูความพร้อมและความแข็งแรงของทารกเป็นหลักด้วยเช่นกัน ซึ่งระยะเวลาที่เหมาะสมในการคลอดก็คือตั้งแต่ 38 สัปดาห์ขึ้นไป
– ไม่ต้องรอคลอดนาน เพราะการผ่าคลอดไม่ต้องรอให้ปากมดลูกเปิดเหมือนการคลอดธรรมชาติ คุณแม่จึงไม่ต้องคอยนานเพื่อที่จะเห็นหน้าลูกน้อย โดยการผ่าตัดคลอดนั้นอาจใช้เวลาเพียงแค่ 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมงก็ได้เห็นหน้าลูกแล้ว
– ลดการยืดหย่อนของเชิงกราน แรงแบ่งของคุณแม่ในการคลอดแบบธรรมชาตินั้นจะส่งผลต่อการยืดของกระบังลมของเชิงกรานหรือเส้นเอ็นยึด ในขณะที่การผ่าคลอดจะสามารถช่วยลดแรงเบ่งที่ทำให้เกิดปัญหานี้ได้
– ลดการเจ็บปวดขณะคลอด เพราะในระหว่างคลอดแพทย์จะทำการโปะยาสลบหรือบล็อกหลัง ทำให้ในขณะผ่าคลอดคุณแม่จะไม่เจ็บ หรือไม่ต้องออกแรงเบ่ง อาจเจ็บแผลหลังคลอดบ้าง แต่ก็สามารถฟื้นตัวได้เร็ว
– ช่วยให้คุณแม่และลูกน้อยได้รับความช่วยเหลือทางการแพทย์รวดเร็วยิ่งขึ้นในกรณีที่เกิดปัญหา เพราะในการผ่าคลอด แพทย์จะต้องหารือและวางแผนร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายๆ ฝ่าย เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเหตุฉุกเฉิน

ไม่ว่าจะเลือกการผ่าคลอดแบบไหน สิ่งสำคัญที่สุดก็คือให้คุณแม่และลูกน้อยปลอดภัย หากรู้สึกไม่มั่นใจหรือเป็นกังวล ควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะดีที่สุด

การผ่าคลอด คือทางเลือกหนึ่งในการคลอดที่ช่วยให้คุณแม่และเด็กปลอดภัยในกรณีที่ครรภ์มีความผิดปกติหรือมีข้อบ่งชี้ให้ต้องผ่าคลอด แม้การผ่าคลอดในปัจจุบันจะมีเทคโนโลยีที่ช่วยลดความเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทั้งขณะผ่าตัดและหลังการผ่าตัดได้มากขึ้น แต่หลังจากผ่าคลอดแล้ว คุณแม่จะต้องมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเพื่อดูแลตัวเองให้กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม

ผ่าคลอดเสร็จ เรื่องที่คุณแม่ต้องรู้และเข้าใจ

สำหรับคุณแม่คนไหนที่มีกำหนดจะผ่าคลอดในอีกไม่นานนี้ คงจะมีเรื่องต่างๆ ให้กังวลใจมากมาย โดยเฉพาะหลังผ่าคลอด ว่าต้องดูแลตัวเองอย่างไรและมีเรื่องอะไรที่คุณแม่ต้องรู้บ้าง

5 เรื่องที่คุณแม่หลังผ่าคลอดควรรู้มาฝากกัน จะมีอะไรบ้างนั้น ตามไปดูกันเลยค่ะ

1.ท่านอนที่เหมาะกับคุณแม่หลังผ่าคลอด
ท่านอนหลังคลอดจัดว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้คุณแม่กังวลไม่น้อย โดยแนะนำให้คุณแม่นอนท่าตะแคงจะดีที่สุด เพราะจะช่วยลดอาการเจ็บแผลได้ และควรนำหมอนหลายๆ ใบมารองศีรษะให้สูงขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้แผลที่หน้าท้องตึงจนเกินไป
2.อาหารที่ควรทานมากที่สุด
หลังจากที่คุณแม่ผ่าคลอดแล้วควรจะทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ซึ่งอาหารที่คุณแม่อาจจะเน้นเป็นพิเศษก็คือ กลุ่มอาหารพวกโปรตีน อย่างเช่น เนื้อสัตว์ เนื้อปลา ที่จะช่วยในเรื่องของการซ่อมแซมร่างกายและช่วยให้ฟื้นฟูสุขภาพได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ควรดื่มน้ำให้เยอะๆ ด้วย โดยเฉพาะน้ำอุ่น
3.อาหารที่คุณแม่ไม่ควรทาน
หลังผ่าคลอดคุณแม่ไม่ควรทานอาหารประเภทสุกๆ ดิบๆ ยกตัวอย่างเช่น ลาบดิบ แหนมดิบ หรือแม้กระทั่งส้มตำที่อาจจะเป็นอาหารโปรดของคุณแม่หลายๆ คนรวมไปถึงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมด้วยเช่นกัน เนื่องจากช่วงดังกล่าวร่างกายของคุณแม่จะอ่อนแอ ทำให้มีโอกาสในการติดเชื้อจากการทานอาหารเหล่านี้ได้ง่าย และอาจส่งผลเสียต่อลูกน้อยที่ดื่มนมแม่อีกด้วย
4.หลังผ่าคลอดดื่มน้ำเย็นได้ไหม
ความจริงแล้วนั้นตามหลักการแพทย์ไม่มีข้อห้ามให้คุณแม่ดื่มน้ำเย็น แต่เมื่อเปรียบเทียบระหว่างน้ำเย็นกับน้ำอุ่นแล้ว น้ำอุ่นมีข้อดีมากกว่า เนื่องจากจะทำให้ร่างกายของคุณแม่ฟื้นฟูเร็วขึ้น ช่วยกระตุ้นน้ำนม และบรรเทาอาการหนาวในหลังคลอดได้เป็นอย่างดี โดยควรดื่มน้ำให้ได้มากกว่าวันละ 8 แก้ว เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
5.จำเป็นต้องอยู่ไฟหรือไม่
ไม่ว่าจะคลอดธรรมชาติหรือคลอดด้วยการผ่า ก็ควรอยู่ไฟหลังคลอดทั้งสิ้น แต่กรณีที่ผ่าคลอด ควรรอให้แผลหายดีก่อนหรือประมาณ 45 วันขึ้นไป แล้วจึงค่อยเริ่มอยู่ไฟ เพราะการอยู่ไฟเร็วเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อแผลผ่าได้ ซึ่งจะทำให้แผลปริหรือมีโอกาสติดเชื้อได้สูง

และนี่ก็คือเรื่องที่คุณแม่หลังผ่าคลอดต้องรู้ ซึ่งก็หวังว่าสิ่งที่เรานำมาฝากกันในวันนี้จะช่วยคลายความกังวลใจ และทำให้คุณแม่ปฏิบัติตัวหลังผ่าคลอดได้อย่างถูกวิธีมากขึ้น